KITA 的个人资料KEETARO照片日志列表 工具 帮助
12月12日

ทุ่งทานตะวัน

ไปโคราชคราวนี้  นอกจากจะส่งใจไปซ้อม  ฝากใจไปแข่งซีเกมส์แล้ว
ยังไปซ้อมเองอีกด้วย  กะว่าจะไปคัดทีมชาติคราวหน้า 
CIMG4793ฉิมพาไป ......          

CIMG4810CIMG4809แม่นนะว้อย.....

จริงๆไปกันสามคน  แต่อาร์ทไม่ค่อยสบาย  เลยไม่ยิง  ไม่มีมาธิ

ขากลับกทม.  ฉิมชวนแวะทุ่งทานตะวัน   โอ้.....ดีใจมาก

CIMG4818CIMG4819CIMG4820  ฉิม   กีต้าร์  ขิม

CIMG4864ไปกันสามคนอลเวง

เกิดมาไม่เคยไป  แต่กว่าจะได้ฤกษ์ออกเดินทาง  

ไปถึงดอกทานตะวันก็จะนอนกันแล้ว  ไม่เป็นไร  แดดกำลังดี  ตาไม่หยี

แต่ต้องจับคุณทานตะงันให้เงยหน้าขึ้นมาหน่อย 

CIMG4840 ถ่ายแบบสติกเกอร์    CIMG4855ฉิมจะบิน

CIMG4831CIMG4835

รูปสุดท้ายกว่าจะถ่ายได้แทบแย่  เพราะเอากล้องตั้งไว้บนรถ  แล้ววิ่งอ้อมไปดูอีกข้าง.....

แต่เราก็สนุกสนานกันดี  คุณฉิมยังจะชวนเล่นรถ ATV อีก  จิงๆก็อยากอ่ะนะ

ถ้าไม่ติดว่าต้องบินตอนตีห้านี้  อย่างไรก็ดี  เราวางแผนกันไว้แล้วว่า  เดือนหน้า 

เราจะไปเที่ยวทะเลกัน  ฉลองปีใหม่แบบโสดๆ  คึคึคึคึ

CIMG4880 รอไปเที่ยวทะเลด้วยกันนะเพื่อนเดือนหน้า......

12月8日

พ่อฉันเป็นสายลับ

เคยสงสัยว่าทไมพ่อช่างสังเกตุจัง  เป็นคนเก่งรอบด้าน แล้วยังยิงปืนแม่นอีกต่างหาก
ตอนเด็กๆนั่งดูรูปพ่อใส่ชุดทหาร  ถือปืนด้วย  แล้วพ่อก็ยังหายจากบ้าน
เพื่อไปฝึกอะไรไม่รู้บ่อยๆ  พ่อคนอื่นเค้าไมเห็นต้องทำกันเลยนิ
มีวันนึงพ่อออกไปตีกอล์ฟแต่เช้า  ตอนสายๆแม่ทอดปลาไว้ในกระทะ
แล้วเดินไปรับโทรศัพท์  หันมาอีกทีพบว่าไฟทุกท่วมกระทะควันโขมงไปหมด
แม่ตกใจรีบดับไฟ  เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย  ไม่หลงเหลืออะไรไว้เป็นหลักฐานได้
แม่ก็หันมากำชับลูกๆว่า  อย่าบอกพ่อนะว่าวันนี้แม่เลินเล่อทำไฟไหม้
พอตกเย็นพ่อกลับบ้านมา  เพียงแค่เดินเข้าครัวเท่านั้น พ่อก็มองไปรอบๆแล้วถามว่า
"วันนี้ทำอะไรไหม้ล่ะเนี่ย" ทุกคนอ้าปากค้างว่าพ่อรู้ได้ยังไง
เพราะกลิ่นควันอะไรก็ไม่เหลือแล้ว  พ่อตอบว่า
"ก็ดูที่ใยแมงมุมสิ  มีเขม่าจับดำไปหมดเลย".....โอ้ว....อึ้ง....
นอกจากนี้แม่ยังเคยเล่าว่า  วันหนึ่งพ่อเข้านอนไปแล้ว ส่วนแม่นอนดึก
ในความมืดแม่กำลังจะล้มตัวลงนอน  มือก็เอิ้มไปที่หัวนอนเพื่อตั้งนาฬิกาปลุก
ทันได้นั้นองพ่อก็คว้าแขนแม่หมับ!!! แม่ตกใจร้องว๊าก
ยังม่ีอีก  มีวันหนึ่งพ่อเดินตรวจสวนรอบบ้านตามปกติ 
แล้วพ่อก็เจองูเขียวตัวเล็กขนาดเท่านิ้วก้อย  พ่อร้องเรียกให้เอาหนังยางมา
ยิงโป้งเดียว.....หัวงูหายไปแหล่ว.....-_-"
นี่มันวิสัยของพ่อธรรมดาๆซะที่ไหน  ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าประหลาดใจ
ฉันจึงสรุปได้แบบง่ายๆว่า  พ่อฉัน  เป็นสายลับ  แน่นอน  ฟันธง!!!! 
12月3日

น้ำพริกหมู

หลังจากที่สลบไปกว่าสิบสามชั่วโมง
ในที่สุดกีต้าร์ก็ฟื้นคืนชีพ  ในสภาพศพสุดๆ 
อย่างแรกเลยต้องอาบน้ำก่อน  แล้วก็นั่งว่างเล่นเนต  กะว่าเย็นๆจะไปว่ายน้ำ
 
CIMG3074CIMG3076CIMG3090
ก่อนอื่นถ่ายรูปเล่นดีก่า  ตอนนี้ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว  ฝนตำพรำๆเป็นละอองๆ
 
CIMG3092CIMG3093นี่ไงแว่นที่ซื้อมาเมื่อวานCIMG3100
 
วันหยุดแบบนี้ทำอาหารกินเองแก้เหงาดีนักแล
ว่าแล้วก็ตั้งหม้อ  วันนี้จะทำน้ำพริกหมู  ซื้อหมูสับมาเตรียมไว้แล้ว
มะเขือเทศก็ไปซื้อลุงมาแล้วเมื่อวาน  
CIMG3108CIMG3109
 
ระหว่างรอน้ำมันร้อนก็หั่นมะเขือเทศให้เล็กๆ
 
จามหนักกว่าเดิมต้องวิ่งออกมาเปิดหน้าต่าง 
จากนั้นใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ผัดๆไปพอมะเขือเทศสุก  ก็เติมเนื้อหมูสับ 
 
CIMG3115CIMG3113CIMG3116
 ใส่น้ำปลา  น้ำตาล  น้ำมันหอย  ผัดให้เข้ากัน
เติมน้ำนิดหน่อย  แล้วปิดฝาไว้สักพัก  เติมซอสมะเขือเทศหรือน้ำมะขามเปียกก็ได้
เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว  ตอนนี้เอาปลั๊กออกได้แล้ว  ปิดฝาทิ้งไว้ 
แล้วก็ยกลงใส่ถ้วย(กาแฟ)เตรียมกิน  พอดีน้องรหัสสุดรักโทรมา
ชีบินตามข้าพเจ้ามาหนึ่งวัน  เลยพึ่งมาถึง  เราก็จะไปเดินอิออนและถ่ายรูปกันเล็กน้อย
CIMG3117CIMG3107
งั้นเจ้าน้ำพริกหมูนี่ก็เข้าไปรอในตู้เย็นก่อนนะจ๊ะ 
เย็นนี้จะกลับมากินกับข้าวอี้  ซึ่งนอนรออยู่ในตู้เย็นแล้วเช่นกัน  ฮู๊ๆ
12月1日

บินกะเพื่อน

วู้ฮู๊  นานๆๆๆๆทีนะเนี่ยจะได้บินกะเพื่อน
คราวนี้ถือว่าเว่อร์มากเพราะเจอเพื่อนทุกleg เลย  ตั้งแต่เดดเฮดออก
CIMG3029CIMG3024CIMG3027
ไปกวมก็เจอปิ่น  นี่มาฮอนโน่ก็เจอจูนเทพอีก
บินกะเพื่อนนี่มันก็ทำใหเราสบายใจ  ไม่ห่วงกังวลอะไรเลย
ความรู้สึกเหมือนย้ายโรงเรียนใหม่  แล้วก็เจอคนรู้จัก
 
CIMG3049ภายในเคบินอันมืดมิด  สีเพียงแสงจากจอทีวี.....
 
 
 
 
 
 
CIMG3060CIMG3061CIMG3062
ตอนนี้นั่งอยู่ที่ Ala Moana Hotel  เวลาตีสี่ครึ่ง  เวลาเมืองไทยก็พึ่งจะสามทุ่มครึ่ง
วันนี้พิกอัพตีห้าห้าสิบ แต่มันไม่หลับแล้วอ่ะ  เมลาโทนินก็เอาไม่อยู่เมื่อเจอซอมบี้อย่างเรา
 
CIMG3051CIMG3055
นอนยากจิงๆเลยพับผ่า  ไม่เป็นไร  วันนี้เป็นเคบิน  ไม่ต้องทำครัว
ตื่นมาก็เล่นคอมพ์ต่อ  อบมัฟฟินกินเพราะในห้องมีไมโครเวฟ
แล้วก็ต้มกาแฟให้ห้องหอมฟุ้งๆๆ
ทีวีวันี้ไม่มีหนังดูเลย  ไม่รู้ทำไม 
เดี๋ยวนี้่มาฮอนโน่ทีจับจ่ายๆๆๆๆๆๆๆๆ   ใช้เงินเป็นเบี้ยไม่คิดจะเก็บเลย
แล้วก็บ่นๆๆๆ  ว่าเรามันแอร์จนๆ  ไม่ค่อยมีเงิน
แหมคุณขา  ช็อปปิ้งซะขนาดนี้จะไปมีเงินเหลือได้ยังง๊าย
มาคราวนี้ก็มีข้ออ้าง  ซื้อของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง
ก็เลยได้กางเกงยีนส์หนึ่งตัว  จากร้าน Ever Blue เป็นผ้ายืด  จะเอาไปใส่กะบู๊ต 
แล้วก็ได้แว่นตาของDKNY หนึ่งอัน  ในราคาเซลห้าสิบกว่าบาทเท่านั้นเอง(บาทเมกาอ่ะจ้ะ)
แว่นกล่องเท่าแมวแต่ใส่ถุงเท่าช้างมาให้
เมื่อวานไปลองดื้อซื้อไอโฟนสองเครื่องมาอีกรอบ  ตามที่ก้อบอกไว้ว่า  ซื้อได้ๆๆๆ
เอิ่ม.....ไม่ได้ว่ะก้อ  หน้าแตกเลยเรา   แต่ก็ทำหน้ามึนๆบอก  โอ้ว อิทส์ ลอง ไทม์อะโก นะยู
ไอ ติ๊งอิส กอนนา บี ออไรท์  แล้วทำหน้าเศร้าๆเดินออกมาด้วยความเครียดแค้น
เอาล่ะ  จะตีห้าแล้ว  ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนดีก่า  ถึงนาริตะแล้วจะมาอัพใหม่นะ
9月7日

เมื่อเวลาผ่านไป

เมื่อเวลาผ่านไป.......
 
 
เมื่อตอนที่อยู่ที่ร้านขายนาฬิกา
เข็มยาวกับเข็มสั้นอยู่ด้วยกันตลอดเวลาที่เลขสิบสอง  เพราะยังไม่มีใครมาซื้อนาฬิกา
เจ้าของร้านก็เลยยังไม่ใส่ถ่าน  เข็มทั้งสองจึงไม่มีเวลาที่ได้แยกจากกันเลย
ไม่ว่าเวลารอบๆตัวจะผ่านไปนานเท่าใด  แต่ทั้งสองก็ดีใจที่ได้อยู่ใกล้ๆกัน
 
วันหนึ่ง  มีคนมาซื้อนาฬิกาไป  เมื่อใส่ถ่าน  และเริ่มตั้งเวลา  เข็มทั้งสองจึงต้องแยกออกจากกัน
โดยมีเข็มวินาทีทำหน้าที่เดินไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ แต่ว่าสม่ำเสมอ
ทั้งเข็มสั้นและเข็มยาวรู้สึกโกรธมากที่ต้องแยกจากัน
เข็มยาวพยายามเดินให้เร็วขึ้นแต่ก็ไม่สำเร็จ  เพราะเข็มวินาที
ผู้ซึ่งไม่สนใจอะไรเลยกำลังเดินต่อไปเรื่อยๆ  ในขณะที่เข็มสั้นเดินช้าที่สุด
พยายามเดินเท่าไหร่ก็ไม่ทันเข็มยาวสักที
เข็มยาวเดินผ่านเลขหนึ่ง  เลขสอง  เรื่อยไปจนถึงเลขสิบสอง
กินเวลาเป็นชั่วโมง  จึงอยากจะเล่าเรื่องราวต่างๆให้เข็มสั้นรู้บ้าง
ทุกครั้งที่เข็มวินาทีเดินครบหกสิบรอบ  ทั้งสองจึงจะได้พบเจอกันสักครั้งหนึ่ง
แต่การพบกันในแต่ละครั้ง  กินเวลาเพียงชั่วหนึ่งนาทีเท่านั้น  เข็มทั้งสองก็ต้องแยกออกจากกันไปอีก
เข็มยาวรู้สึกกังวลทุกครั้ง  ว่าไม่รู้ีกนานเท่าไหร่จะได้พบกับเข็มสั้นอีก
 
วันหนึ่งเข็มยาวโอดครวญว่า
"โอ...เข็มวินาทีจ๋า  เดินให้ช้าลงอีกหน่อยได้ไหมจ๊ะ  ฉันอยากมีเวลาอยู่กับเข็มสั้นให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย"
เข็มวินาทีตอบว่า  "จะทำอย่างนั้นได้อย่างไรล่ะ  ในเมื่อเวลาต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ  จะมาหยุดรอให้เธอสองคนพบกัน
นาฬิกาก็ต้องเดินช้าเกินไป  ไม่ทันเวลาจริงๆน่ะสิ"
เข็มยาวรู้สึกเศร้ามาก  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  ได้แต่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
และได้หยุดแวะทักทายเข็มสั้นเพียงแค่ชั่วโมงละหนึ่งนาทีเท่านั้นเอง
 
เมื่อเวลาผ่านไป
วันหนึ่ง  เข็มสั้่นก็พบความจริงอะไรบางอย่าง  จึงตัดสินใจบอกกับเข็มยาวว่า
"นี่  จริงๆแล้ว  ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน  และถึงแม้เวลาที่เราพบกันมันจะน้อยเพียงใด
แต่เราก็ไม่ได้ห่างไกลไปจากกันเลย  เรายังคงได้พบกันอยู่เสมอๆ  แม้เวลาที่เจอกันมันจะน้อยนิด
แต่มันก็เป็นเวลาที่มีความหมายและมีค่าสำหรับเรานะ"
เข็มยาวเห็นจริง  รู้สึกดีใจที่ได้เดินมาพบกับเข็มสั้นในทุกๆครั้ง 
 
เมื่อเวลาผ่านไป  แม้การได้กลับมาพบกันของทั้งสอง  จะไม่ใช่ที่เดิม
แต่ทั้งสองก็รู้สึกดีใจ  และเฝ้ารอเวลาที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อ
เพียงแค่รอ.....ให้เวลาผ่านไป.....
 
จบแล้ว
5月24日

ก้อบินได้ซักพัก

                                 
                                     บินได้สามเดือนกว่าแล้ว
 
ตอนนี้ปีกก็เริ่มง่อยนะจ๊ะ  อาการขี้เกียจไปบินยังคงเส้นคงวาเสมอ
เริ่มหอบหม้อไหกะปิน้ำปลาไปด้วยแล้ว  เพราะว่าอยู่ที่นู่น
ว่างๆก้อทำอาหารเพลิดเพลินดี  ประหยัดด้วย  สนุกตื่นเต้นด้วย
เพราะว่าเค้าห้ามทำอาหารนี่นาคุณ  แถมยังลุ้นอีกว่าจะกินได้รึป่าว
เพราะทำอาหารนี่ก็adapt กันสุดฤทธิ์  ใช้เตาอบกะไมโครเวฟ
แถมดีไม่ดีบางทีของเหลือต้องหอบไข่หอบผักไปจากาตาร์อีกนะเออ
แต่ก็ยอมฮ่ะ  เสียดาย  ซื้อกินก็แพงกว่าเดิมอีก 3เท่า  ม่ายอาว
เก็บตังค์ไปช็อปปิ้งดีก่า
 
ตารางบินของเรายังคงซ้ำเดิมเหมือนเดิมอยู่เสมอ
เพราะว่าเรามันเรื่องมากของเปลี่ยนแพทเทิร์นซะอยู่เรื่อย
ก็ธุระมันเยอะนี่นา  เดี๋ยวเดือนหน้าเลิกเรื่องมากแล้วค่ะ
ไอ้ประเทศที่ไม่เคยไปก็เลยยังไม่ได้ไปซักที
 
ส่วนคุณผู้โดยสารนั้นหรือ  โอ้ว  อย่าให้เซด น่ารักน่าถีบกันอยู่ร่ำไป
รุ่นพี่ที่บ้าบอไร้สติ  ยังกะออกมาจากตัวร้ายช่อง 7 นั้นก็ยังดาษดื่น
แต่พอดีดิฉันเป็นดั่งนางเอกละครเกาหลีค่า  เอ๋อๆ  เหวอๆ
แถมดีไม่ดีสู้คนเข้าอีก  ก็เลยยังงงๆกะอาการจิกของคุณเธออยู่จะดีก่า
 
ตอนนี้ใช้เงินเก่งยังกะเป็นอีบ้า  ตั้งแต่ซื้อเป๋าตังค์ใหม่มา
โฮ๊ย  กระเป๋ามันรั่วรึป่าวหว่า  เงินปลิวไปดั่งลมหายใจเข้าออก....
เดี๋ยวรอดูรายรับเดือนนี้ก่อน  แล้วถึงจะบอกได้ว่าใช้จ่ายเป็นเช่นไร
คนเรานี่ก็แปลก  ซื้อของกินเมืองไทยไปกินเมืองนอก
แล้วก็ซื้อของกินเมืองนอกกลับมากินเมืองไทย.....
 
ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปก้อคือ....สมอง.....ค่ะ
เพราะรู้สึกได้เลยว่า...โง่ขึ้น  สมองช้าขึ้น
ความจำแย่มาก  พูดผิดๆถูกๆ.....
นี่ขนาดพึ่งบินได้ไม่เท่าไหร่นะเนี่ย
ถ้าบินไปนานๆสงสัย.....จะเป็นยังไงหว่า....
 
ปล.แต่ผอมลงจ้ะ
 
 
1月20日

อยากเป็นผู้โดยสารมากกว่านี่นา...

ก้อมันเหนื่อยอ่ะ.........
 
 
จะต้องเรียนอะไรมากมายนักหนาเนี่ย
เรียนมากขนาดนี้ให้เป็นนักบินเลยดีกว่า
 
Flaps = extend from the trailing edges of the wings
           to increase the wing area and provided greater
           lift for landing or take off.....
............
เพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว
อย่ามัวแต่พร่ำเพ้อ
ไปอ่านหนังสือดีกว่า
12月31日

สวัสดีปีใหม่แย้ว.....

ปีใหม่ปีนี้มาแบบไม่รู้ตัวเลย
เพราะว่ามัวแต่เรียน  เรียน  เรียน....ขยันชะมัด
แต่คะแนนสอบก็ยังแค่พอเอาตัวรอดได้  เหอๆๆๆ
นี่ก็มาได้ครึ่งทางแล้วนะ  เริ่มจะขี้เกียจขึ้นมาแล้ว
แต่ว่าสัปดาห์หน้าก็จะได้ยูนิฟอร์มแล้วล่ะ  ต้องขยันต่อไป
เพราะว่านี่ก็มาได้ครึ่งทางแล้ว
 
 
เพื่อนๆทุกคนก็น่ารักและสนุกสนานมาก
ก็ห้องเราเทพทั้งนั้นนี่นา 555 เวลาได้ไปบิน
ก็ขอให้ได้เจอกันนะ
 
 
ปีใหม่นี้ก็ป่วยอีกเช่นเคย
แต่พอเปิดมาก็จะได้หาย  แล้วก็ไปสอบได้ซะที  อิอิ
ขอให้ปีนี้สนุกกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ขอให้เงินทองไหลมาเทมา  และขอให้สุขภาพแข็งแรงด้วย
สุดท้ายนี้  ขอให้ผอมลงๆๆๆๆๆ   สาธุ
12月11日

เปิดเทอมเป็นแอร์

เปิดแล้วๆๆๆ!!!
 
เปิดเทอมแล้วจ้า  กีต้าร์ซังไปโรงเรียนอีกครั้ง
คราวนี้เปิดเทอมไปเป็นแอร์นะจ๊ะ
 
โรงเรียนนี้หญิงล้วน  ทุกคนสะพายกระเป๋านารายา
มวยผมติดโบว์ร้านพี่เบนซ์เท่านั้น
เราไปโรงเรียนกันทุกวัน  เรียนแปดโมงครึ่งถึง 5 โมงเย็น
เจอหน้ารุ่นพี่ต้องสวัสดี  แต่เวลาเรียนนี่โค้งกันท้างวัน
เพื่อนๆในห้องมีกัน 20 คน  แต่ละคนขำกันทั้งวัน
นักเรียนต้องไม่ลืมทาเล็บนะ  หน้าผมขอให้เนี้ยบอยู่เสมอ
หน้ามัน  ปากไม่แดงกรุณาเอาใจใส่  เดี๋ยวคุณครูเคือง
แต่ที่นี่เรียนหนักนะ  สอบทุกอาทิตย์เลย  ถ้าไม่ผ่านอาจโดนให้ออกได้
แถมสอบนี่ต้องให้ได้ 80 %ขึ้นไปด้วย  สู้เค้านะกีต้าร์ซัง
ช่วงเดือนแรกนี่  เราต้องเรียนภาษาก่อน  เพราะต่อไป
หนังสือเรียนจะเป็นภาษาเค้าหมดเลย....ตายแหล่ว
 
ทุกคนมีป้ายชื่อติดเสื้อ  แล้วยังมีป้ายชื่อบนโต๊ะด้วย 
เพราะคุณครูเรียกตอบตลอด  คุณครูใจดีนะ  สอนเก่งมากเลยด้วย
เวลาพักเป็นของมีค่า  เพราะเราต้องรีบกินรีบดูแลหน้าตากลับมาเรียนต่อ
 
กีต้าร์ซังตื่นหกโมงเช้า  ออกจากบ้านเจ็ดโมง (มวยผมเนี่ยยากจิง)
ขับรถไปจอดไว้หมดชิต แล้วนั่งรถไฟฟ้าต่อไปโรงเรียน
พอเลิกเรียนห้าโมง  ก็กินขนม อ่านหนังสือ  ทำการบ้าน
แล้วค่อยกลับบ้านมานอนเลย  ชีวิตสบายจริง
แต่เดี๋ยวพอเรียนสูงกว่านี้ก็ไม่สบายแล้ว
ไว้ถึงตอนนั้นจะมาเล่าให้ฟังใหม่นะจ๊ะ
 
วาตาชิวะ คุนเรนเซเดส
โดโสะโยโรชิกุ  โอเนไกอิตาชิมัส
 
11月17日

ความใฝ่ฝันของกีต้าร์

อยากจริงๆนะให้ตายสิ  ใฝ่ฝันไว้แต่ยังหาทางทำจริงไม่ค่อยได้
นั่นก็คือ  อยากเป็นเจ้าของค่ายเพลงที่ประสพความสำเร็จ
เริ่มแรกก่อนนะ  ก็อยากจะมีโรงเรียนสอนร้องเพลงของตัวเอง
แล้วหลังจากนั้นก็อยากจะมีร้านซักร้าน  เป็นร้านแบบ
กึ่งผับ  นั่งได้นานๆชิวๆ แล้วก็มีแสตนอัพคอมเมอดี้ทุกคืนช่วงหัวค่ำ
ฉายหนังสั้นที่น้องๆนักศึกษาทำ  เน้นจุดขายให้ติดตลาด
ว่าร้านนี้มีตลกปัญญาชนให้ดูทุกคืน  เอาให้ถึงลือ
จากนั้นเราก็จะเริ่มปั้นศิลปินเป็นของตนเอง  ค่ายเล็กๆ
ไม่ต้องใหญ่แต่เน้นศิลปินมีคุณภาพ
พอเรารวยและเริ่มยิ่งใหญ่ขึ้น  เราก็จะทำธุรกิจส่งออกโอท็อป
พวกครีมสมุนไพรหรืออาหารพื้นบ้าน  ให้ชาวโลกรู้จัก
หลังจากที่เราไปตั้งโรงงานในพื้นที่ธุรกันดารแล้ว 
เราก็จะคืนกำไรให้สังคม  ด้วยการ
สร้างโรงเรียนนานาชาติในถิ่นธุรกันดาร  อันนี้ใฝ่ฝันมากๆ
เด็กๆทั้งตำบลจะได้เรียนนานาชาติฟรี  รับครูฝึกสอนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ
พัฒนาพื้นที่ท้องถิ่นให้ก้าวไกลไปอินเตอร์  ส่วนพ่อแม่ทำงานให้เรา
เป็นไงล่ะ  ความใฝ่ฝันของเรา  ยิ่งใหญ่อลังการ 
แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรซักอย่าง ห่างไกลความฝันเหลือเกิน
ก็ต้องไปเป็นแอร์ก่อนอ่ะนะจ๊ะ  ไว้บินเสร็จแล้วค่อยว่ากันใหม่......
 
 
11月8日

ย้อนไปเวียดนามกันซักนิด

หลังจากที่หาทางเข้าสเปซไม่ได้อยู่นาน  เลยไม่ได้อัพ
ขออนุญาติย้อนอดีตไปเมื่อเดือนที่ผ่านมาสักเล็กน้อย
กับการไปเยือนถิ่นดินแดนไม่ไกล  เวียดนามนั่นเอง
 
เราออกเดินทางกันเพื่อฉลองสนามบินใหม่  ตามประสาคนขี้เห่อ
เค้าเปิดวันที่28กันยา  พอ29เช้าตรู่  เราก็ขอใช้สิทธิ์นั้นทันที
ทริปนี้มีเด็กถาปัดไปด้วยสองคน  เลยได้ความรู้เกี่ยวกับความไม่สมประกอบของ
สนามบินแผ่นดินทองคำอันล้ำเลิศนี่อีกพอสังเขปเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นรอยปูนแตก  น้ำรั่ว  และระบบต่างๆที่ยังไม่ลงตัว ก้อได้สัมผัส
และแน่นอนว่ามาสนามบินแล้วไม่ได้กินเบอร์เกอร์คิงก็กระไรอยู่ 
เลยจัดการฟาดเป็นอาหารเช้าไปเลยเชียว
 
เราเดินทางมาถึงฮานอยกันตอนบ่าย  บ้านเมืองที่นี่ก็เป็นทรงยาวๆ
หน้าต่างประตูก็ยาวๆ รถที่นี่บีบแตรกันประมาณแปลได้ว่า
"พ่อ....ตายๆๆๆๆ" นั่งหน้าแล้วประสาทจะกิน
พวกเราไปจองตั๋วรถไปเว้  เวลาออก22.30 น.มีเวลาเที่ยวฮานอยอีกครึ่งวัน
หาอะไรกิน  เดินเที่ยวเมือง  เกือบโดนล้วงกระเป๋าด้วย  โชคดีรู้สึกตัว
เลยปัดมือมันออกทัน  มันกำลังจะล้วงกล้องไปจากกระเป๋ากางเกง
กินข้าวกันเสร็จประมาณสามทุ่ม  ก็ไปขึ้นรถไฟกัน  คืนนี้เราจะนอนบนรถไฟ
แล้วจะไปถึงเว้ตอนสิบโมงเช้าพอดี  ขอพูดถึงรถไฟหน่อย
ว่าเป็นตู้นอน คนละประมาณพันกว่าบาท  แล้วแต่ว่านอนชั้นบนหรือล่าง
ห้องนึงนอนได้ 4 คนตอนเช้ามีมาม่าแจกเป็นข้าวเช้าด้วย มีน้ำร้อนให้
ที่นอนสะอาดใช้ได้  นอนหลับสบายดี  มีห้องน้ำกับอ่างล้างหน้าให้ทุกโบกี้
โบกี้นึงมี 5ห้อง  ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวทั้งนั้นเลย  ดิฉันกินตลอดทาง
 
ช่วงเช้าตอนเกือบถึงมีพนักงานคนนึงท่าทางใจดีมาถามว่า
เราอยากจะจองที่พักไหม เค้าแนะนำให้ไม่แพง พวกเราดูแล้วก้อโอเค
ดังนั้นพอถึงเว้  คนอื่นเค้าติดฝนกัน  เราเลยมีรถมารับไปโรงแรมสบายใจ
โรงแรมดีมากๆ  ใหม่เอี่ยมครบครัน  คืนละ 10เหรียญเอง
พอเราอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า  สั่งอาหารมากินเสร็จเรียบร้อย
ใส่เสื้อกันฝนเตรียมออกไปเที่ยวท่ามกลางฝนปรอยๆ  พนักงานก็บอกว่า
อุ๊ย  ออกไปเที่ยวนานไม่ได้นะคะ  เพราะว่าพายุจะมา  อ้าว.....
งั้นแผนที่เราจะไปฮอยอันพรุ่งนี้ล่ะ  โอ้ว...ชีบอกว่า  โนโน  ไม่ได้ค่ะ
คุณต้องอยู่ในโรงแรมไปอย่างน้อย 2 วัน  เพราะพายุจะมาแรงมาก.....เต่ย...
เอาไงดี  ก็รู้อ่ะนะว่ามีพายุ  แต่คุณนุ้ยเค้าก็ดื้อจะเที่ยวให้ได้
เราเลยต้องบอกว่า  ไม่  หนังสือพิมพ์ลงหน้าหนึ่งทุกฉบับเลย(ซื้อมาดูด้วย)
ทีวีก็ออกทุกช่อง  อย่าเสี่ยงดีกว่า  ว่าแต่เราจะทำไรดีตั้งสองวัน
สุดท้ายทางออกที่ดีที่สุดคือ  กลับไปเที่ยวฮานอยทางเหนือดีก่า!!!!!
โรงแรมก็แสนดีจองรถไฟให้อย่างด่วน  ส่วนเรามีเวลาสองชั่วโมง  ออกไปเดินชมเมือง
โชคดีมากๆที่จองตั๋วรถไฟได้  เพราะทุกคนอพยพไปทางเหนือกันหมด
สรุปว่าเราได้รถไฟเที่ยว16.30น.  จะไปถึงฮานอย ตีห้า  เฮอะๆๆๆๆ
เลยกลายเป็นว่านั่งรถไฟ13ชั่วโมงมาเพื่อกินข้าว  แล้วก็นั่งกลับสบายใจ.....ไฮโซ
 
ปากดว่า รถไฟขากลับเป็นแบบห้องละ 6 เตียง!!! นั่งได้แค่ชั้นล่างสุด
พวกเราเลยมีเพื่อนร่วมทางเป็นลุงเวียดนามคนนึง  แกก็เจียมตัวอยู่เงียบๆ
กลับขาค่ำนี่มีข้าวกล่องแจกให้กินด้วย  กับข้าวพอแหลกล่าย....
เราซื้อว้อดก้าฮานอยมากินกันด้วย  และแน่นอนกิจกรรมขาดไม่ได้คือ  เล่นไพ่
เมาหลับไปเลย  สบ๊ายสบาย
 
เอิ่ม...รู้สึกว่าถ้าเขียนต่อไปมันต้องยาวมากๆแน่เลยอ่ะ  ประมาณเขียนหนังสือได้เล่มนึงแน่ๆ
ไม่เอาละสรุปดีกว่า  ว่าทริปนี้  เป็นแบ๊กแพคที่สนุกราวกับได้ผจญภัย  ใช้ได้ทีเดียว
เอ็นจอยอีทติ้งทุกมื้อ โรงแรมถูกและดีมีให้เลือกมากมาย
เสียก็แต่การเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวมีตลอดทริปเช่นกัน  ไม่ว่าจะเป็น
โดนล้วงกระเป๋า  แท็กซี่โกงมิตเตอร์  ทัวร์เก็บตังค์เพิ่ม
แต่การได้ไปเที่ยวกับเพื่อนนี่มันก็ทำให้อะไรๆกลายเป็นเรื่องสนุกได้ไม่ยาก
ค่าตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย5100บาท  ค่าที่พักรวมกับค่ากินทุกมื้อประมาณ5000บาท
รวมกับค่าช็อปปิ้งด้วยแล้ว  5วัน 4 คืนในเวียดนามใช้เงินไปไม่เกิน 13,000เท่านั้นเอง
นี่ขนาดกินอาหารฝรั่งเศสเปิดไวน์ด้วยนะ 1 มื้อ  และเที่ยวเวียดนามยามราตรีอีกคนละพัน
ได้ความรู้สึกเหมือนนามสกุลล่ำซำ  เพราะใช้เงินทีเป็นหมื่น  กินข้าวทีเป็นแสน
เที่ยวผับทีหมดเป็นล้าน  ถ้าไปเที่ยวแบบสะดวกสบายคงไม่สนุกเท่านี้
แต่ถ้าให้แบกเป้ไปอีกทีนี่ก้อ...ขอคิดดูก่อนละกันน๊าค๊า....
 
 
 
9月26日

แด่คนเคยรัก

ฮ่องกง  ห้องทำงาน  ชินวัตร 1 ชั้นสามสิบ  อว.5555  พท.555 
พัทยา  สาธรซอย 7  เชียงราย  จจ.69  ญี่ปุ่น  ดุสิตพัทยา
ชินวัตร 3ชั้นสาม  ห้องทำงาน  โพไซดอน  คอนโดพี่ตุ๊ก  เอวี
ภูเก็ต  สิงคโปร์  ขอนแก่น ห้องทำงานพรรคชั้น10 ฮาวคัม........
 
พี่ปุ่น  พี่ปุ้ย  พี่นิ่ง  พี่จิ้น  ชิน  พี่เปาว์  พี่ต๊อด  พี่เต้
เป๊าะ  มะยอย  พี่สัน   พี่น็อก  โจนาธาน  ประณต
โอ  พี่หนุ่ม...........
 
กีต้าร์ก้อยังเป็นกีต้าร์คนเดิม......
 
ทำตัวดีๆนะกีต้าร์
 
 
9月6日

ว่างงานวันแรก

ในที่สุดก็ว่างงาน  เป็นครั้งแรกในชีวิต
ระหว่างนี้ก็รอเทรนแอร์สิ้นปี  โครงการมากมาย
จะเรียนร้องเพลงกับเพลิน  จะเรียนยิงปืนกะพี่หนุ่ย
จะไปเที่ยวกะนุ้ยจะไปกินกุ้งกะไกด์  จะแต่งห้องใหม่
จะโล๊ะเสื้อผ้าไปทิ้ง   จะเรียนภาษาญี่ปุ่นกะแอน  จะ ฯลฯ
 
วันแรกของการว่างงาน  ตื่นตั้งแต่7โมงเช้า  เพราะปวดฉี่ 
ขึ้นมานอนต่อก็คิดว่าไม่ต้องลุกไปไหน  เลยอ่านหนังสือต่อจากเมื่อคืน
หลับไปอีกทีตอน8โมงครึ่ง  ทีนี้เป็นไรไม่รู้  โทสับดังทุกชั่วโมงเลย
งัวเงียๆรับ  สุดท้ายตอนสิบโมงครึ่ง  พี่บอมโทรมา  เลยตื่นซะเลย
11.30ลงไปเดินไปเดินมา  ไม่มีไรกิน  เลยขึ้นมาออนไลน์
แล้วก็โหลดเพลงลงMP 4 บ่ายสองรีบลงไปดูแม่พลอย
บ่ายสามออกไปซื้อkfcมากิน สามโมงครึ่งแอนโทรมาตาม
เลยไปอาบน้ำแต่งตัว สี่โมงก่าๆออกจากบ้านไปสยามหาแอน
แวะเวอร์ทูเพื่อทำการบ้านญี่ปุ่น หกโมงไปเรียนญี่ปุ่น
สามทุ่มกลับมาเอารถที่หมอชิต  สามทุ่มสี่สิบนั่งกินก๋วยจั๊บอนุเสาวรีย์รอพี่ลูกหว้า
สี่ทุ่มรื่นเริงที่แซกโซโฟนกับแก๊งนักร้อง  อันประกอบไปด้วย
ลูกปัดใจนักเลง  ลูกหว้าดูบาดู  เพลินซิดนีย์(และเม้ง)  น้ำฝนโมโนโทน  และกีต้าร์มือปืนรับจ้าง
กินเหล้ากันพอหอมปากหอมคอ เที่ยงคืนก็ได้เวลาขออำลากลับบ้านก่อน
สรุปว่าวันนี้ผ่านไปแบบแทบไม่มีช่วงว่าง
ต่อไปเป็นแพลนของพรุ่งนี้
1.ซักผ้า...ซะที  กองเป็นหย่อมๆเต็มห้องเยย....
2.เติมน้ำมัน  และเก็บของในรถ
3.ออกไปกินข้าวกะเเอน  และสัญญากันว่าจะกินเค้กด้วย
4.ท่องศัพท์  และคัดคาตาคานะให้ได้อีก15ตัว
5.ไปซุปเปอร์ซื้อแก้วพลาสติก ครีมกันแดดฯลฯ
แค่นี้ก็น่าจะหมดวันอีกละ
 
ชีวิตที่มีความสุขของกีต้าร์  คือการที่
ตื่นมาแล้วคิดว่า  กลางวันจะกินอะไรดี
แล้วก็ได้กิน........;-D
8月22日

พัทยาพาไป

อุฮิอุฮิคิคิคุคุฟุฟุชิชิ(หัวเราะ)เขิน
ใครจะไปรู้ว่ามีคนมาแอบดูสเปซเราบ่อยๆ
ต่อไปนี้ต้องเขียนแบบระวังๆหน่อยละ
เอาล่ะ  แล้วก็ได้พาน้องชายจอมเฮฮาไปเที่ยวทะเลซักที
แม้ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะไปเสม็ดก็เถอะ  สุดท้ายได้ไปพัทยาแทน
ขับรถออกจากบ้านมาก็ไปลักพาตัวคุณนุ้ยมาด้วย
คุณนุ้ยก็ใจง่ายซ๊า.....เก็บเสื้อผ้าวิ่งหนีตามกันมาเฉยเลย
มาถึงตอนบ่าย 2 ครึ่ง พักที่โรงแรมซิลเวอร์แซนด์  หาดจอมเทียน  ที่ให้พี่เปาว์จองไว้
ว่าแล้วชาวเราก็อพยพกันมานั่งริมหาด  ทำตามสูตรคือ  กินไก่เหลือง  ดูทะเล
คุณน้องชายฉันก็ตื่นเต้นไม่เคยมาพัทยา  ยืนตะกุยทรายไม่ยอมนั่ง  กินไก่อย่างเอร็ดอร่อย
นอนเล่นซักพักพี่ชายก็ชวนน้องชายเล่นเจตสกี  ทีนี้ก็มันกันใหญ่
คุณพี่เปาว์กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน  คุณกีต้าร์เลยแอบเล่นอีกรอบ555
ยะเฮ้....ไปเล๊ย......กินน้ำทะเลไปตั้งเยอะ  น้ำเข้าหูอีกต่างหาก
จากนั้นขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า  นั่งดูบางรักซอย 9 แล้วก็ออกไปกินข้าวกัน
19.00ลุงไสวมีโต๊ะริมทะเลให้เราพอดี  มีฟามสุข  ได้กินกรรเชียงปูแล้ว
มีผู้ชายของคุณนุ้ยตามมาด้วยค่ะ  พี่เบี้ยวจะไปสัตหีบเลยแวะพัทยาก่อน
อิ่มแล้วเราก็ไปดูวิวที่...สว.ภ....อะไรนี่และ  สวยมาก เห็นทั้งเมืองเลย
หวีดกันอยู่ซักพักคุณไกด์บอก  ขอกลับไปงีบก่อนนะเชิญคุณพี่ตามสบาย
เอาไกด์ไปเก็บแล้วเราก็ไปฟังเพลงกันต่อที่ร้าน Horf
โอ้ว  นักร้องเค้าช่างสุดยอดซะนี่กระไร  วงเล่นดีมากเลย  ถูกใจ
กลับมานอนประมาณตี3 เหนื่อยได้ที่เลยเชียว  ฮุฮุ
 ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆนั้น  ไม่บอกละกันนะ
เพราะว่ารู้ๆกันอยู่......
 
7月10日

cu band แสนรัก

แล้วซียูแบนด์ก็อยู่ยั้งยืนยงมานาน
จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ 50 ปีพอดี
เหล่าบรรดาศิษย์เก่าก็เลยร้อมใจไปเจอกัน  ในวันศุกร์ที่ 31 มิถุนายน
ที่ศาลาพระเกี้ยวโดยนัดหมายว่าจะจ่ายเงิน 500บาท
เป็นค่าโต๊ะจีนที่ยังงงๆอยู่ว่าจะนั่งกันยังไง
ลงทะเบียนกันแล้วก็ได้รับน้ำยาอุทัยกันคนละ20หยด
เผื่อพี่คนไหนอยากปากแดงเหมือนอั้มพัชราภา
แล้วก้ไปถ่ายรูปเก็บไว้ดูในอนาคตคนละ 1 รูป
เมื่อนิสิตพร้อมหน้า  ก็พากันออกเดินทักทายรุ่นพี่
ที่บ้างก็เจอกันบ่อย  บ้างก็ไม่เจอกันนาน
อาหารก็.....สำหรับคนลดความอ้วนอย่างเรานี่....ถือว่าดีมาก
น้องๆก็เริ่มบรรเลงเพลงแย๊สตามสไตล์
ส่วนรุ่นพี่ก็ไม่ฟังอิร้าค่าอิรม  เดินกันขวักไขว่
ตกดึกก็เริ่มแดนซ์กัน  จนพี่เก่าๆ(มาก)รู้สึกอิดหนาระอาใจ
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา  เมื่อเวลาประมาณ ห้าทุ่มเศษ
แต่หลายคนก็อยู่ดูบอลต่อ  ก่อนที่จะไปเมากันต่อที่แบนด์
สรุปว่า  งานนี้ดีใจได้เจอพี่ๆเพื่อน  และกลับมาสู่บรรยากาศเดิมๆอีกครั้ง
ส่วนอะไรที่มันใหม่ๆนั้น......ก็ต้องติดตามต่อไปนะจ๊ะ
6月22日

เสม็ดเสร็จทุเรียน

เย้ๆ  กว่าจะได้ฤกษ์เข้ามาอัพเดทก็ผ่านไปเกือบเดือน
หลังจากที่สวนกระแส  คนอื่นเค้าไป"แยม"  งาน"แย๊ส"ที่หัวหินกัน(พูดแบบพี่ช้างต้น)
เราก้อไปเที่ยวเกาะเสม็ดเผื่อจะเสร็จกะเค้าบ้าง
งานี้ก้อยใจดีอาสาขับรถพาเราไปกัน 
ไปถึงท่าเรือนวลทิพย์หรืออะไรซักอย่าง  ตอนประมาณ 13.00
แล้วก็นั่งเรือข้ามไปเกาะกัน  ค่าเรือไปกลับ 200 บาท
รอเรืออยู่นานมากกก ก็ถ่ายรูปเล่นกันไปไม่อายชาวบ้าน
ได้ลงเรือตอนประมาณบ่ายสองครึ่ง  กว่าจะนั่งรถวิบากไปถึงหาดวงเดือนก็....
ปาเข้าไปเกือบสี่โมง  มีหนุ่มๆรีบวิ่งมารับสัมภาระและก็ขอกินเหล้าฟรีทันที
บ้านพักอยู่สูงมากกกกก  ยังกะมาปีนเขา
จากนั้นก็นอนอาบแดด  ทาเล็บ  อ่านหนังสือ  ถ่ายรูปกันรอทีมพี่บอมมาสมทบ
ตกค่ำก็หาร้านกินข้าวกันชิวๆ  ตกดึกออกเดินทางไกล  จะไปเที่ยวsilversandกัน
นั่งรถวิบากตอนเที่ยงคืนหนุกมาก  แต่อาจตายได้
สงสัยพวกเราจะมาถึงดึกไป  ผู้ชายหายหมด  เหลือแต่ชาวสีม่วงจับคู่นัวเนียกัน
อย่างไรก้ดี  เราพกผู้ชายมาเองพอสมควร  ใช้การได้พอประมาณ
วันรุ่งขึ้นตื่นมาก็กินท้างวัน....ข้าวเช้า  กลางวัน   ขนม  ไก่ย่าง โรตี  ข้าวเย็น
เล่นน้ำทะเล  ถ่ายรูป  ตกกลางคืนฝนตก
เลยนั่งกินเหล้าเล่นไพ่กันไปตามอัธยาศัย   ตื่นมาสายๆเก็บของ
ขากลับสงสัยมากว่าทำไมเรือมันแล่นช้าได้ขนาดนี้.....ไม่ถึงซักที
ก้อยเมาค้างแล้วเลยเมาเรือตามไปด้วยเลย
พอถึงฝั่งเราเลยอาสาขับรถแทนให้  ประมาณชั่วโมง
แวะพัทยาด้วย  กินส้มตำปูม้าร้านป้าอะไรที่ดังๆน่ะ  แล้วก็คิดถึงพี่เปาว์
ท้ายสุดแวะมอเตรอ์เวย์เพราะไม่มีไรมาฝากใครเลย
เลยซื้อทุเรียนทอดมาฝากยายและเพื่อนๆ 
ก็เลยเสร็จทุเรียนด้วยประกาละฉะนี้.......
 
4月11日

ตาชั่งชั่ว.....

ก้อแบบ...........
 
ที่ผ่านมาชั่งน้ำหนักได้ 50 เสมอมา
พอมาช่วงอาทิตย์นี้  ชั่งแล้วน้ำหนักลดลงไปเหลือ  48
วู้ๆๆๆ  ดีใจมหาศาล
แต่ทว่า..........
 
 
พอไปชั่งเครื่องอื่นๆในบ้าน  มันก็หนัก 50 หมดเลย......!!!
 
เวร......แสดงว่าที่ผ่านมา
ชั้นหนัก 52 มาตลอดเลยเหรอเนี่ย.........
 
 
คือ  อีเครื่องที่ชั่งประจำดันไม่ค่อยดี  น้องชายบอกว่า  บางทีชั่งแล้วก็หนัก 25
ทั้งที่ความจริงหนัก 75 นะเออ
 
แต่เอาเถอะ  อย่างน้อยน้ำหนักก็ลดไปแล้ว 2 กิโล  แต่ไม่อยากคิดเลย
ว่าที่ผ่านมา  ภายในสองปี  น้ำหนักขึ้นมาทั้งสิ้น.....กี่กิโล......
 
รึว่าความจริงแล้ว  แอบไปคลอดลูกมารึป่าวเนี่ยเรา...........โอ้ว......
 
 
 
4月4日

ผอมแล้วผอมแล้ว

ถึงแม้ท่านพี่จะบอกว่า  อ้วนๆแบบนี้  น่ารักดีแล้ว(ใครจะไปเชื่อ)
และพยายามขุนเลขาด้วยขนมมากมาย.....
ไม่ได้โม้แต่เรานี่มีบุญเรื่องกินจริงๆแฮะ
อยากกินไรก็ได้กิน  สงสัยชาติที่แล้วตักบาตรเยอะไป
ขอเก็บไว้กินชาติหน้าบ้างได้ไหมเนี่ย......
 
ก็แบบว่า  พยายามอยู่นาน  ตอนนี้
นำหนักที่เคย 50 อยู่3เดือน  ก็ค่อยๆลงมาอยู่ที่ 48ละ
ถึงแม้มันจะไม่เยอะเท่าไหร่  แต่ก็ดีใจมากเลย
แต่ทว่า  อะไรที่มันเคยมี
มันก็ลดน้อยถอยลงไปด้วย  เอ๊ะ  จะผอมดีมะเนี่ยเรา
ที่สำคัญต้องแลกกะการกินอาหารวันละมื้อเดียว  (คือมื้อบ่ายแก่ๆ)
และพยายามกินน้ำมากๆ  รู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้น
แต่แปลกแฮะ  มันไม่ค่อยหิวเลยอ่ะ  เหมือนกระเพาะหดลงไปด้วย
อาหารลดความอ้วนที่ดีที่สุดคือ  ยำวุ้นเส้น
นั่งกินจานเดียวท้างวัน  เพลิดเพลิน  และไม่อ้วน
 
แต่วันนี้กินน้อย  แต่แคลอรี่เพียบ
เพราะกิน  ฟักทองเชื่อม  บัวลอยเผือก  นม  พิซซ่า 2 ชิ้น(เล็ก)  หอมทอด
ช็อกโกแลตสามช่อง  ขนมกรุบๆนิดหน่อย  แสดงว่า
สมองเริ่มรู้จักอิ่มแล้ว  พรุ่งนี้ต้องพยายามกินบ่อย
แต่แคลอรี่น้อย  แล้วอาทิตย์หน้า
เราจะมาเริ่มกินสูตรเดียวกับบิวอีกรอบ.....
 
ทีนี้ผอมแน่
(แต่นมเล็กลงเลย)
 
12月15日

ปาฏิหารย์ไม่มีจริง

น่าจะเจอกันมาตั้งนาน ก่อนที่เธอจะเป็นของใคร อยากให้มันมีปาฏิหารย์................. นั่นแหละ ขี้เกียจพิมพ์ เรื่องเกิดขึ้นเร็วมากเลย แล้วก็จบเร็วมากเลย ยังทำใจไม่ได้แฮะ.......มันเหมือน....... ความรู้สึกเก่าๆกลับมาหมดเลย รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นตัวเองอีกครั้งนึง แล้วก็ต้องรีบกลับมาสู่ความจริงทันที บางที ที่ผ่านมาอาจจะเป็นแค่ความฝัน ต้องตื่นซะที ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่ามันจะจบแล้วจริงๆ แต่จะว่าไป เราก็คงทำตัวเอง พระเจ้าคงเห็นแล้วว่าเราเลือกอะไร แล้วพระเจ้าจะบันดาลให้มันเป็นแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่าไม่รู้ อยากกลับไปฝันอีกครั้งจังเลย รีบนอนดีก่า
12月2日

วันเกิดคุณเจ้านายค่า.....

อุ๊ยๆ อุ๊ยๆ เผลอแป๊บเดียวเอง วันเกิดท่านพี่อีกแล้ว นี่ก็ฉลองวันเกิดมาครบ3ครั้งแล้วนะเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลย เวลาผ่านไปเร็วมาก เหมือนพี่โอ๊คพึ่ง25อยู่เลย แต่พอเจ้านายเกิด เลขาก้ไม่น้อยหน้ารีบเกิดตามไปอีกคน เดือนนี้กินเค้กทั้งเดือนเลย งั้นเอาเป็นว่า หยุดโครงการไดเอทไว้ก่อนดีก่า เพราะเดี๋ยวปีใหม่ก็กินอีกอยู่ดี เอาล่ะวันเกิดพี่โอ๊คปีนี้ เริ่มด้วย สั่งปรินต์ซิลก์ขนาด1 คูณ 2 เมตร เขียนว่า happy birthday from How Come people ใหญ่เบิ้มเลย แล้วก้อให้ทุกคนในบริษัทเขียนอวยพร เสร็จแล้วก็ไปซื้อขนมเค้กอันโตเบ้อเร่อ เป็นเค้กบานาน่าช็อกโกแล็ต แล้วก็พาทุกคนในบริษัทไปยืนรอหน้าลิฟท์วีไอพี พอลิฟท์เปิดออกมาก็......"แฮปปี้เบิร์ทเดย์ทู๊ยู......." พี่โอ๊คต๊กกะใจร้องว๊าก......... ถอยเข้าไปในลิฟท์คืน ลิฟท์เลยปิดอีกที ต้องช่วยกันแงะประตูใหม่ อ้าวๆ เทียนดับ เอาใหม่อีกรอบ..........55555 สนุกจัง เดินเข้ามาในบริษัทด้วยความประทับใจ จนมองไม่เห็นป้ายแฮปปี้เบิร์ทเดย์ อันโตบะเร่อจนแทบจะเดินชน แอบเห็นพี่โอ๊คน้ำตาซึมด้วยล่ะ แถมทำหน้าปลื้ม ยิ้มไม่หยุดเลย เขินๆๆๆ แล้วก็ถ่ายรูปกันทีละฝ่าย แล้วก็ตัดเค้กอันหญ่ายยยยยย พี่โอ๊คบอกว่า อร่อยมากเลยอ่ะ กินใหญ่เลยจนเลี่ยน........-_-" แล้วพอเข้าไปในห้อง ทุกคนก็เอาของขวัญเข้ามาให้ พอปลอดคนก็ถึงตาเราแย้ว......เอิ๊กๆ อุตส่าห์แต่งเพลงให้เลยนะเนี่ย พอยื่นให้แล้วก็เขิน....วิ่งร้องเขินๆๆๆออกมานอกห้อง แล้วทุกคนก็วิ่งเข้าไปฟังด้วยใหญ่เลย เขินๆๆๆ เพลงเพราะมากเลยต้องขอขอบคุณโอ ศิลปากรมาเลยนะคะ ที่ทำให้เพราะได้ขนาดนี้ ถ้าไม่มีโอนี่แย่แน่ๆเลย......เขิน เฮ้อ........มีฟามสุขจัง ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ต้องการหมดเลย...... เพลงก็เพราะ เค้กก็อร่อย การ์ดก็อลังการ งานก็ประทับใจ ไปดีก่าเรา.........